โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ อำเภอกระสัง

             ปัจจุบัน โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ผลิตใบหม่อนได้ ปีละมากกว่า ๗๐,๐๐๐ กิโลกรัม และเลี้ยงไหมแล้วนำมาผลิตเป็นเส้นไหมได้ ประมาณ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม สมาชิกกลุ่มทอผ้าไหมในโครงการสามารถทอผ้าไหมลายโบราณและลายที่ออกแบบขึ้นใหม่ ซึ่งมีความซับซ้อนสวยงาม โดยเฉพาะลาย “หางกระรอกคู่ตีนแดง” ที่เป็นลายประจำจังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนส่งเสริม ได้ช่วยสร้างรายได้ให้ราษฎรในชุมชนมีกำลังในการพัฒนาตนเอง ตลอดจนได้สืบทอดศิลปวัฒนธรรมประจำถิ่น รวมไปถึงการร่วมกันอนุรักษ์สภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้สมดังพระราชปณิธาน ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

             สำหรับอำเภอกระสังนั้น เป็นที่ราบสูง สมัยเริ่มก่อตั้งชุมชน สภาพดินที่เป็นดินร่วนปนทรายยังค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ช่วยให้ทำนาได้ผลผลิตดี อีกทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติตามแนวฝั่งลำชี ซึ่งเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างจังหวัดบุรีรัมย์กับจังหวัดสุรินทร์ มีป่าเบญจพรรณด้วย ชุมชนกระสังเริ่มเจริญขึ้นเมื่อปี ๒๔๖๔ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ทางรถไฟมาถึง มีสถานีรถไฟกระสัง ผู้คนได้พากันอพยพเข้ามาอยู่มากขึ้น รวมถึงชาวอินเดียและชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ก็มาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ราษฎรที่กระสังส่วนหนึ่งร่ำรวยอย่างมั่นคงจากการค้าข้าว แต่ราษฎรส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกร ทำนา ทำสวนผัก หรือรับจ้าง ก็ยังคงยากจนอยู่ เพราะขาดโอกาสและความรู้ความสามารถในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง และยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้นจากผลของการที่ใช้สารเคมีในการทำการเกษตรมากขึ้น ทำให้ดิน น้ำ และสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมลง ราษฎรจึงไม่สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ด้วยอาชีพเกษตรเช่นเดิมเพียงอย่างเดียว

๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ บ้านยาง หมู่ ๔ ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์

             นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้มีพระราชเสาวนีย์ ให้จัดตั้งโครงการศิลปาชีพ อำเภอกระสัง เมื่อครั้งที่พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎร ณ บ้านยาง หมู่ ๔ ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๖ ในครั้งนั้น ทรงพระเมตตา ช่วยเหลือราษฎรผู้ยากไร้ ด้วยการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และสิ่งของแก่ราษฎรเพื่อช่วยเหลือในด้านการประกอบอาชีพ ทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลและช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ รวมไปถึงบริเวณใกล้เคียง ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมกันนั้นได้ทรงรับราษฎรที่ยากไร้เข้าเป็นสมาชิกทอผ้าไหม และสมาชิกปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ในโครงการส่งเสริมศิลปาชีพด้วย

             โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ อำเภอกระสัง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านบุ หมู่ ๑๑ ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรและทรงติดตามความก้าวหน้าของโครงการฯ เป็นครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยประทับ ณ ศาลาน้อมเกล้า การเสด็จครั้งนี้ ทรงรับราษฎรเข้าเป็นสมาชิกโครงการเพิ่มเติม และมีพระราชเสาวนีย์ให้พัฒนาอาชีพแก่ราษฎรเพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการจัดหาแปลงตัวอย่าง จัดระบบการทําฟาร์ม เพื่อให้ราษฎรมีงานทํา มีรายได้ และเป็นตัวอย่างของการเรียนรู้ด้านการทําการเกษตร มีจุดเน้นอยู่ที่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การทําไร่นาสวนผสม และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ อันเป็นที่มาของโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดําริฯ บ้านกระเจา ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันกับโครงการศิลปาชีพ อำเภอกระสัง

             นับแต่นั้นมา โครงการตามพระราชดำริทั้ง ๒ แห่ง ได้สร้างความสุข ความเจริญให้แก่ราษฎรและชุมชนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งได้สร้างมูลค่าให้งานศิลปหัตถกรรมไทยได้เป็นสินค้าคุณภาพเยี่ยม เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

IDE_0287-

เส้นทาง : โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ อำเภอกระสัง

บ้านบุ หมู่ ๑๑ ตำบลลำดวน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์